Justin Bieber ศิลปินหนุ่มที่ครองหัวใจสาวน้อยใหญ่ได้อยู่หมัด

ประวัติ Justin Bieber

จัสติน บีเบอร์ วันเกิดของเขาคือ วันที่ 1 มีนาคม คริสต์ศักราช  1994 ที่ ลอนดอน  ใน รัฐออนแทรีโอและเขานั้นเติบโตมาในเมืองสแตรตฟอร์ด แม่ของเขา นั้นมีชื่อว่า แพดตี้ แมลลิที (Pattie Mallette)ซึ่งตอนที่มีจัสตินนั้นมี อายุเพียง  18 ปี ตอนที่แม่ของจัสตินตั้งครรภ์ได้ทำงานในสำนักงานแห่งหนึ่งซึ่งมีเงินเดือนที่ค่อนข้างน้อย โดยแม่ของจัสตินได้เลี้ยงดูจัสตินเพียงคนเดียว

แต่จัสตินก็ยังคงติดต่อกับพ่อของเขาอยู่ ซึ่งพ่อของเขานั้นมีชื่อว่า  เจรามี บีเบอร์ (Jeremy Bieber) และเมื่อจัสตินได้โตขึ้น เขาก็ได้เริ่มที่จะสนใจในดนตรี และทำการเรียน เปียโน กลองชุด กีต้าร์ รวมไปถึงทรัมเป็ต ด้วยตัวเอง ในปี คริสต์ศักราช  2007 ตอนที่เขาอายุได้เพียงแค่ 12 ปี จัสตินนั้นก็ได้ทำการร้องเพลงของ Ne – Yo ซึ่งเมื่อเพลงว่า So Sick ในการแข่งขันร้องเพลงที่มหาวิทยาลัย สแตรตฟอร์ด  และในการแข่งขันในครั้งนั้นเขาได้รางวัลที่สอง แม่ของเขาจึงได้ทำการโพสต์วิดีโอลงเว็บไซต์ Youtube เพื่อให้ครอบครัวของเขารวมไปถึงเพื่อนของเขา ได้เข้ามาดูกัน และแม่ของจัสตินนั้นก็เริ่มที่จะโพสต์วิดีโอที่จัสตินได้ร้องเพลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเขามีชื่อเสียงมากขึ้นจากยูทูปนั้นเอง

จัสติน

จนกระทั่ง สกูเตอร์ เบราน์ (Scooter Braun) นักการตลาดของ So So Def ในตอนนั้น ได้เข้าไปดูวิดีโอของจัสตินโดยบังเอิญ เบราน์สนใจจัสตินอย่างมากจึงเริ่มติดตามและตามหาเด็กคนนี้ จนสามารถติดต่อจัสตินได้ทางเมล ของแม่จัสตินได้ จนแม่ของจัสตินตอบรับคำเชิญและพาจัสตินไป จนอายุ 13 ปี ณ แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เขาได้ทดลองอัดเสียง ในอาทิตย์นั้นจัสตินลองอัดเสียงให้ Usher ฟัง ซึ่งต่อมาเขาได้เซ็นสัญญากับ Island Def Jam Music Group และ Island Records ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2008 ซึ่งมีข่าวลือกันว่า Justin timberlack ก็เข้ามาจับ จัสติน ให้เข้าไปเซ็นสัญญากับเขาเช่นเดียวกัน แต่จัสตินเลือกเซ็นสัญญากับ Usherไป และจัสตินก็ได้เดินทางย้ายมาอยู่ที่ แอตแลนตา ซึ่งเป็นถิ่นที่ Usher และ Braun ทำงาน

จัสติน

 

ค.ศ. 2010 – 2011 : คอนเสิร์ตมายเวิลด์ ทัวร์ ผลงานในอัลบั้มที่สอง และอัลบั้ม มาย เวิลด์ อคูสติก

วันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2010 จัสตินได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของเขา โดยเริ่มที่ ฮาร์ตฟอร์ด คอนเนตทิคัต สำหรับการประชาสัมพันธ์อีพี มายเวิลด์ และอัลบั้ม มาย เวิลด์ 2.0 ทัวร์ครั้งนี้ถูกเรียกว่า มายเวิลด์ ทัวร์ (My World Tour) โดยจะตระเวนไปแสดงสดทั่วอเมริกาและแคนนาดาในปี 2010 – 2011 และในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2010 มีการรายงานว่า จัสติน เป็นบุคคลที่ถูกค้นหาในโลกอินเตอร์เน็ต และมีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงเวลานั้น เช่นเดียวกับเพลงของเขาชื่อว่า BABY ซึ่งเพลงนี้สามารถแซงหน้าเพลงของ Lady Gaga – bad romance จนกลายเป็นวิดีโอที่มีผู้ชมมากที่สุดในเวลานั้น จนปัจจุบันนี้มีคนเข้าไปกดฟังเพลง BABY ยอดรับชมอยู่ที่ 2.8 พันล้านวิว

จนเวลาต่อมา จัสตินเริ่มมีโทนเสียงที่ต่ำลง เนื่องจากเสียงแตก ด้วยเรื่องของการเติบโตเป็นหนุ่มมากขึ้น และก่อนหน้านี้เขาได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องเสียงของเขาที่เปลี่ยนไปว่า “มันเริ่มแย่ เหมือนกับวัยรุ่นหนุ่มทุกๆ คน ผมกำลังทำงานกับมัน และผมก็มีโค้ชที่มีความรู้ด้านเสียงที่ดีที่สุดของโลก ในบางงานที่ผมได้ร้องเพลง เบบี้ แต่ตอนนี้ผมร้องแบบเดิมไม่ได้แล้ว เพราะเสียงผมมันไม่เหมือนเดิม พวกทีมงานต้องพยายามลดคีย์ของเพลงนี้ให้ต่ำลงเพื่อที่ผมจะได้ร้องเพลงนี้ได้ในการแสดงสด”  นักร้องอย่าง Taio Cruz ยืนยันว่าในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2010 นั้นเขาได้เขียนเพลงให้จัสตินสำหรับในอัลบั้มถัดไป และผู้สร้างงาน ฮิปฮอปอย่าง Dr.Dre ได้ร่วมทำเพลงกับ จัสติน ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2010 แต่ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับอัลบั้มนี้ในปี ค.ศ. 2011

จัสตินยังได้ร่วมงานกับหนัง 3 มิติเรื่อง Never Say Never โดยเกี่ยวกับตัวเขาเอง Jon Chu ผู้กำกับจาก Step Up 3D จะฉายครั้งแรกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 และในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2010 เขาได้ออกอัลบั้มที่ชื่อว่า มายเวิลด์ อคูสติก โดยได้ออกจำหน่ายในวัน Black Friday ในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นเพลงเก่าแต่เป็นแบบอคูสติก เพลงซิงเกิ้ล และเพลงซิงเกิ้ลใหม่ Pray ในปี 2010

 

Posted in edm